Header

ส่องกล้องตรวจปอด คืออะไร ช่วยตรวจหามะเร็งปอดได้จริงไหม

ส่องกล้องตรวจปอด คืออะไร ช่วยตรวจหามะเร็งปอดได้จริงไหม | โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน
🫁 ตรวจปอดเชิงลึก

ส่องกล้องตรวจปอด คืออะไร ช่วยตรวจหามะเร็งปอดได้จริงไหม

หลายคนที่ไปตรวจสุขภาพประจำปีแล้วผลเอกซเรย์หรือ CT ปอดพบความผิดปกติ มักถูกแพทย์แนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธี "ส่องกล้องตรวจปอด" ทำให้หลายคนสงสัยว่าการตรวจนี้คืออะไร ต้องเตรียมตัวยังไง มีความเสี่ยงไหม และช่วยบอกได้จริงไหมว่าเป็นมะเร็งปอดหรือไม่

ส่องกล้องตรวจปอด หรือ Bronchoscopy คืออะไร

การส่องกล้องตรวจปอด คือการใช้กล้องขนาดเล็กที่มีไฟและเลนส์ติดอยู่ปลายสาย สอดผ่านจมูกหรือปากของผู้ป่วย ลงไปตามหลอดลมจนถึงเนื้อปอด เพื่อให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติของเยื่อบุหลอดลมและเนื้อปอดได้โดยตรงผ่านจอภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผล

ขั้นตอนการตรวจเป็นอย่างไร

1
ให้ยาก่อนตรวจแพทย์ให้ยาชาเฉพาะที่บริเวณจมูกหรือคอ และอาจให้ยาคลายกังวลร่วมด้วย
2
สอดกล้องตรวจสอดกล้องผ่านจมูกหรือปาก ลงไปตามหลอดลมอย่างช้า ๆ
3
ตรวจดูความผิดปกติแพทย์มองภาพผ่านจอ หากพบก้อนหรือเนื้อเยื่อผิดปกติ จะตัดชิ้นเนื้อหรือดูดเสมหะ/สารคัดหลั่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
4
เสร็จสิ้นการตรวจใช้เวลาตรวจประมาณ 15-30 นาที ส่วนใหญ่กลับบ้านได้ในวันเดียว

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ

  • งดน้ำและอาหารก่อนตรวจอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสำลักระหว่างตรวจ
  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่รับประทานประจำ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพราะอาจต้องหยุดยาก่อนตรวจ
  • แจ้งประวัติแพ้ยา และโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต
  • ควรมีญาติมาด้วยเพื่อรับกลับบ้าน เนื่องจากยาคลายกังวลอาจทำให้ง่วงและไม่ควรขับรถเอง

ช่วยตรวจหามะเร็งปอดได้จริงไหม

จุดเด่นของวิธีนี้คือแพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติโดยตรง และที่สำคัญที่สุดคือสามารถตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจได้ทันที ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะ "ยืนยัน" ได้แน่ชัดว่าเซลล์ที่พบเป็นมะเร็งหรือไม่ ไม่ใช่แค่การคาดเดาจากภาพ

ข้อจำกัด: กล้องจะเข้าถึงได้เฉพาะหลอดลมใหญ่ไปจนถึงหลอดลมฝอยบางส่วนเท่านั้น หากก้อนผิดปกติอยู่บริเวณชายปอดหรือลึกเกินกว่าที่กล้องจะเข้าถึง แพทย์อาจต้องใช้วิธีอื่นเสริม เช่น การเจาะชิ้นเนื้อผ่านผนังทรวงอกโดยใช้ Ultrasound หรือ CT นำทาง หรือการผ่าตัดส่องกล้องช่องอก
🔬 เทคโนโลยีเสริม: EBUS (Endobronchial Ultrasound)

เป็นการใช้อัลตราซาวด์ขนาดเล็กติดที่ปลายกล้อง ช่วยให้แพทย์เห็นต่อมน้ำเหลืองหรือก้อนที่อยู่นอกผนังหลอดลมได้ชัดเจนขึ้น ทำให้เก็บชิ้นเนื้อจากตำแหน่งที่แม่นยำขึ้น และมีประโยชน์มากในการประเมินระยะของมะเร็งปอด ซึ่งส่งผลต่อการวางแผนการรักษาในขั้นต่อไป

ต่างจากการตรวจคัดกรองด้วย CT Low Dose อย่างไร

หลายคนสับสนระหว่างสองวิธีนี้ จริง ๆ แล้วมีวิธีการตรวจและวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน พูดง่าย ๆ คือ CT ช่วยหาว่า "มีอะไรผิดปกติไหม" ส่วนการส่องกล้องช่วยตอบว่า "สิ่งที่เจอนั้นคืออะไร"

📷 CT Low Dose

ใช้สำหรับ "คัดกรอง" หาความเสี่ยงในคนที่ยังไม่มีอาการ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่สูบบุหรี่จัดมานาน หรืออายุ 50 ปีขึ้นไป

🫁 ส่องกล้องตรวจปอด

ใช้สำหรับ "ยืนยันวินิจฉัย" เมื่อตรวจพบความผิดปกติจาก X-ray หรือ CT มาก่อนแล้ว

ใครบ้างที่แพทย์มักแนะนำให้ตรวจ

🔍

ผล X-ray หรือ CT พบก้อนหรือจุดผิดปกติในปอด

🤧

ไอเรื้อรังนานเกิน 2-3 สัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ

🩸

ไอมีเลือดปน หรือเสียงแหบโดยไม่ทราบสาเหตุ

💧

มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดโดยไม่ทราบสาเหตุ

⚖️

น้ำหนักลดผิดปกติร่วมกับอาการทางปอดที่หาสาเหตุไม่ได้

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

โดยทั่วไปการส่องกล้องตรวจปอดถือว่าปลอดภัย แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงได้บ้าง เช่น

  • เจ็บคอหรือเสียงแหบเล็กน้อยหลังตรวจ ส่วนใหญ่หายเองภายใน 1-2 วัน
  • ไอมีเลือดปนเล็กน้อยหลังตัดชิ้นเนื้อ ซึ่งมักหายได้เอง
  • ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อย เช่น ภาวะปอดรั่ว หรือมีไข้หลังตรวจ ซึ่งแพทย์จะเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดหลังตรวจเสร็จ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ส่องกล้องตรวจปอด เจ็บไหม? +
A: ส่วนใหญ่จะรู้สึกแน่น ๆ หรือระคายคอเล็กน้อยระหว่างสอดกล้อง แต่ไม่เจ็บมาก เพราะมีการให้ยาชาและยาคลายกังวลช่วยก่อนตรวจ
Q: ตรวจครั้งเดียวรู้ผลเลยไหมว่าเป็นมะเร็งหรือไม่? +
A: ภาพที่เห็นระหว่างตรวจบอกได้แค่ความผิดปกติเบื้องต้น ต้องรอผลชิ้นเนื้อจากห้องปฏิบัติการ ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 7-14 วัน จึงจะยืนยันผลได้ชัดเจน
Q: ถ้า CT ปอดปกติ ต้องส่องกล้องตรวจปอดด้วยไหม? +
A: ไม่จำเป็น การส่องกล้องจะแนะนำเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น พบความผิดปกติจากภาพถ่ายรังสีหรือมีอาการที่น่าสงสัยเท่านั้น
Q: หลังตรวจต้องดูแลตัวเองอย่างไร? +
A: ส่วนใหญ่พักสังเกตอาการที่โรงพยาบาลไม่กี่ชั่วโมงก็กลับบ้านได้ ควรงดอาหารและน้ำตามที่แพทย์แนะนำหลังตรวจ เพื่อรอให้ยาชาในลำคอหมดฤทธิ์ก่อน ป้องกันการสำลัก
Q: ส่องกล้องตรวจปอด ใช้เวลาพักฟื้นนานไหม? +
A: ส่วนใหญ่ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ภายใน 1 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงงานที่ใช้แรงมากในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
Q: ถ้าไม่มีอาการเลย จำเป็นต้องส่องกล้องตรวจปอดไหม? +
A: ไม่จำเป็น หากไม่มีอาการและไม่มีความผิดปกติจากการตรวจคัดกรอง การส่องกล้องตรวจปอดไม่ใช่การตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป แต่เป็นการตรวจเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

ไอเรื้อรัง หรือผลตรวจปอดผิดปกติ อย่านิ่งนอนใจ

หากตรวจสุขภาพแล้วพบความผิดปกติในปอด หรือมีอาการไอเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องส่องกล้องตรวจปอดหรือไม่ การวินิจฉัยที่แม่นยำและรวดเร็วจะช่วยให้วางแผนการรักษาได้ทันท่วงที



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้อง MIS

สถานที่

ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน

เวลาทำการ

08:00 - 17:00 น.

เบอร์ติดต่อ

053-582-888

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

อายุเท่าไหร่ ควรเริ่มตรวจสุขภาพ?

อายุ 20? 30? หรือ 40? มาฟังคำตอบจากคุณหมอใน 1 นาทีนี้กัน

พญ. ณัฐฑ์นันท์ ตาเจริญเมือง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
อายุเท่าไหร่ ควรเริ่มตรวจสุขภาพ?

อายุ 20? 30? หรือ 40? มาฟังคำตอบจากคุณหมอใน 1 นาทีนี้กัน

พญ. ณัฐฑ์นันท์ ตาเจริญเมือง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ทำไมการฝากครรภ์ถึงสำคัญ ?

การฝากครรภ์ช่วยให้เราสามารถติดตามสุขภาพของคุณแม่และลูก

ทำไมการฝากครรภ์ถึงสำคัญ ?

การฝากครรภ์ช่วยให้เราสามารถติดตามสุขภาพของคุณแม่และลูก

มะเร็งปากมดลูกระยะ 1 เป็นยังไง ทำไมถึงแทบไม่รู้สึกอะไรเลย?

"ไม่รู้สึกอะไรเลย" นั่นคือสิ่งที่ทำให้มะเร็งชนิดนี้น่ากลัว

แพทย์หญิงพรรณารัตน์  ขุนทอง พญ. พรรณารัตน์ ขุนทอง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
มะเร็งปากมดลูกระยะ 1 เป็นยังไง ทำไมถึงแทบไม่รู้สึกอะไรเลย?

"ไม่รู้สึกอะไรเลย" นั่นคือสิ่งที่ทำให้มะเร็งชนิดนี้น่ากลัว

แพทย์หญิงพรรณารัตน์  ขุนทอง พญ. พรรณารัตน์ ขุนทอง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม