เจ็บ แสบ มีเลือดออกขณะขับถ่าย สัญญาณเตือนริดสีดวงทวาร
เจ็บ แสบ มีเลือดออก
สัญญาณเตือน ริดสีดวงทวาร
เวลาที่คุณเข้าห้องน้ำแล้วพบว่ามี เลือดสีแดงสด หยดลงมาพร้อมกับอาการ เจ็บ แสบ หรือคันบริเวณปากทวารหนัก หลายคนอาจรู้สึกตกใจ กังวล และที่สำคัญคือ "อาย" จนไม่กล้าไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการให้แน่ชัด
💬 สอบถามเพิ่มเติม
🩸 ริดสีดวงทวาร คืออะไร?
เกิดจากการที่หลอดเลือดดำบริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เกิดการโป่งพอง บวม หรืออักเสบ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ:
ริดสีดวงภายใน (Internal)
เกิดขึ้นบริเวณเยื่อบุลำไส้ใหญ่ตอนปลาย มักมองไม่เห็นจากภายนอกและ ไม่ค่อยมีอาการเจ็บปวด แต่อาจมีเลือดสีแดงสดหยดออกมาขณะขับถ่าย หากเป็นมากอาจมีติ่งเนื้อยื่นออกมาเวลาเบ่ง
ริดสีดวงภายนอก (External)
เกิดขึ้นบริเวณปากทวารหนัก สามารถคลำพบเป็นติ่งเนื้อ มักมีอาการ เจ็บ แสบ คัน อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเวลานั่งหรือขณะเบ่งถ่าย หากมีลิ่มเลือดอุดตันจะยิ่งทำให้ปวดรุนแรงมากขึ้น
⚠️ พฤติกรรมแบบไหน เสี่ยงเป็นริดสีดวง?
ริดสีดวงทวารไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยไม่มีสาเหตุ แต่มักเป็นผลพวงมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเราเอง ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่:
อาการท้องผูกเรื้อรัง
เบ่งอุจจาระแรงๆ เป็นประจำ ทำให้หลอดเลือดต้องรับแรงดันสูงจนโป่งพอง
นั่งห้องน้ำนานๆ
เช่น การเล่นโทรศัพท์มือถือ หรืออ่านหนังสือขณะขับถ่าย
พฤติกรรมการกิน
ทานอาหารกากใยน้อย ดื่มน้ำไม่พอ ทำให้อุจจาระแข็งและถ่ายลำบาก
ภาวะน้ำหนักเกิน
ความอ้วนเป็นสาเหตุหนึ่งที่เพิ่มแรงดันในช่องท้อง
การตั้งครรภ์
น้ำหนักทารกจะกดทับหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนกลับได้ยาก
อายุที่มากขึ้น
เนื้อเยื่อที่พยุงหลอดเลือดบริเวณทวารหนักจะเสื่อมและหย่อนคล้อยลง
ยกของหนักบ่อยๆ
ทำให้เกิดการเกร็งและเพิ่มแรงดันในช่องท้องอย่างต่อเนื่อง
🔍 แน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นแค่ "ริดสีดวง" ?
แม้ริดสีดวงทวารจะเป็นสาเหตุหลัก แต่รอยแผล อาการเจ็บ และเลือดที่ออกขณะขับถ่าย อาจมาจากสาเหตุอื่นที่ควรระวัง เช่น:
- แผลปริขอบทวารหนัก (Anal Fissure) มักเกิดจากอุจจาระที่แข็งมากบาดปากทวารหนัก ทำให้มีอาการปวดแสบคล้ายมีดบาดขณะขับถ่าย และมีเลือดติดกระดาษชำระ
- มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer) หากเลือดที่ออกมีสีคล้ำ ปนมูกเลือด อุจจาระเล็กลง น้ำหนักลด หรือมีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย ควรพบแพทย์ทันที
💡 วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น
หากคุณเริ่มมีอาการในระยะเริ่มต้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยให้อาการดีขึ้นและป้องกันไม่ให้รุนแรงกว่าเดิมได้:
- เพิ่มกากใยในมื้ออาหาร: เน้นรับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด เพื่อให้อุจจาระนิ่ม
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว ป้องกันภาวะอุจจาระแข็ง
- ฝึกนิสัยการขับถ่าย: ปวดควรไปเข้าห้องน้ำทันที ไม่อั้น และไม่ควรนั่งแช่นานเกิน 5-10 นาที
- แช่น้ำอุ่น (Sitz Bath): นั่งแช่ก้น 10-15 นาที วันละ 2-3 ครั้ง ช่วยลดปวดและอักเสบ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ให้บีบตัวได้ดีขึ้น
🏥 เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?
สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้
ไม่ควรซื้อยารักษาเอง หากมีอาการดังต่อไปนี้:
- มีเลือดออกปริมาณมาก หรือเลือดไหลออกมาไม่หยุด
- อาการปวดรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
- มีก้อนเนื้อยื่นออกมาและไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้
- สีของเลือดที่ถ่ายออกมาเป็นสีแดงคล้ำ ดำ หรือเป็นมูกเลือด
- มีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หรืออ่อนเพลียร่วมด้วย
อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย การปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้การรักษายุ่งยากมากขึ้น หากมีความกังวล การไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยคือทางออกที่ปลอดภัยที่สุดครับ
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้อง MIS
สถานที่
ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
08:00 - 17:00 น.
เบอร์ติดต่อ
053-582-888

แผนกศัลยกรรมทั่วไป
สถานที่
ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
08:00 - 17:00 น.
เบอร์ติดต่อ
053-582-888