ความดันสูงไม่รู้ตัว ระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่เสี่ยง "เส้นเลือดในสมองแตก"
ความดันสูงไม่รู้ตัว
ระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่เสี่ยง "เส้นเลือดในสมองแตก"
ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากกว่า 13 ล้านคน แต่กว่าครึ่งหนึ่งไม่รู้ว่าตัวเองป่วย นั่นคือคนหลายล้านคนที่กำลังใช้ชีวิตปกติ ทำงาน กินข้าว นอนหลับ โดยไม่รู้เลยว่าร่างกายกำลังเดินหน้าสู่หายนะอย่างเงียบๆ
*แม้แต่ระดับ "เริ่มสูง" หากปล่อยทิ้งไว้ ก็เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมถึงเรียกว่า "ฆาตกรเงียบ"
ความดันโลหิตสูง (Hypertension) คือภาวะที่เลือดสูบฉีดผ่านหลอดเลือดด้วยแรงดันที่สูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ ไม่มีอาการ ร่างกายของคุณรู้สึกปกติดีทุกอย่าง ขณะที่หลอดเลือดกำลังถูกทำลายทีละนิดทุกวัน เหมือนยางรถยนต์ที่เติมลมเกินแรงดัน ดูปกติจากภายนอก แต่รอวันระเบิด หลอดเลือดในสมองมีขนาดเล็กมาก เมื่อรับแรงดันสูงอย่างต่อเนื่อง ผนังหลอดเลือดจะเปราะบางและแตกในที่สุด นั่นคือ เส้นเลือดในสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) ซึ่งมีอัตราเสียชีวิตสูงถึง 40% และผู้รอดชีวิตจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะอัมพาต พูดไม่ได้ หรือความจำเสื่อมตลอดชีวิต
ค่าความดันแบบไหน...ที่ต้องระวัง?
ความดันโลหิตวัดเป็น 2 ค่า คือ ตัวบน (Systolic) และ ตัวล่าง (Diastolic) โดยเกณฑ์มาตรฐานมีดังนี้:
🟢 ปกติ น้อยกว่า 120/80 mmHg
🟡 เริ่มสูง (เฝ้าระวัง) 120–139 / 80–89 mmHg
🟠 สูง ระดับ 1 140–159 / 90–99 mmHg
🔴 สูง ระดับ 2 (อันตราย) 160/100 mmHg ขึ้นไป
🚨 วิกฤต (พบแพทย์ด่วน) 180/120 mmHg ขึ้นไป
สัญญาณเตือนที่คนมักเข้าใจผิด
แม้ว่าความดันสูงส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ แต่บางคนอาจสังเกตเห็นสัญญาณต่อไปนี้ (โดยเฉพาะเมื่อความดันสูงมากแล้ว):
ปวดศีรษะท้ายทอย
โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน
โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน
เวียนศีรษะ ทรงตัวลำบาก
โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
ตาพร่ามัว
หรือมีแสงวูบวาบเป็นระยะ
หรือมีแสงวูบวาบเป็นระยะ
เลือดกำเดาไหลบ่อย
โดยไม่ทราบสาเหตุ
โดยไม่ทราบสาเหตุ
ใจสั่น
หรือรู้สึกหัวใจเต้นผิดปกติ
หรือรู้สึกหัวใจเต้นผิดปกติ
หายใจไม่อิ่ม
เหนื่อยแม้ไม่ได้ออกกำลังกาย
เหนื่อยแม้ไม่ได้ออกกำลังกาย
ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ?
กลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจความดันเป็นประจำ (หากมีปัจจัยเสี่ยงมากกว่า 2 ข้อ ควรตรวจทุก 6 เดือน):
- อายุ 35 ปีขึ้นไป (ความเสี่ยงเพิ่มตามอายุ)
- มีประวัติครอบครัว พ่อแม่หรือพี่น้องเป็นความดันสูง
- น้ำหนักเกินหรืออ้วน (โดยเฉพาะไขมันสะสมรอบพุง)
- กินเค็มจัด อาหารแปรรูป ของหมักดอง
- ไม่ออกกำลังกาย ใช้ชีวิตนั่งทำงานทั้งวัน
- สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ เป็นประจำ
- เครียดสะสมเรื้อรัง จากงานหรือชีวิตส่วนตัว
- เป็นโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือโรคไต
7 วิธีลดความดันที่ได้ผลจริง
1
ลดเกลือและโซเดียมเป้าหมายคือไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ระวังอาหารสำเร็จรูปและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีโซเดียมสูงมาก
2
ออกกำลังกายสม่ำเสมอเดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน 30 นาที/วัน (5 วัน/สัปดาห์) ช่วยลดความดันได้ 5–10 mmHg
3
ควบคุมน้ำหนักการลดน้ำหนักเพียง 5 กิโลกรัม สามารถลดความดันได้อย่างมีนัยสำคัญในหลายราย
4
เลิกสูบบุหรี่นิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัวและความดันพุ่งทันที การเลิกบุหรี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุด
5
จำกัดแอลกอฮอล์ไม่เกิน 1 ดริ้งค์ต่อวันสำหรับผู้หญิง และ 2 ดริ้งค์สำหรับผู้ชาย
6
จัดการความเครียดความเครียดเรื้อรังเป็นตัวกระตุ้นความดันที่ถูกมองข้าม ควรฝึกหายใจ นั่งสมาธิ หรือโยคะ
7
กินยาให้ครบถ้วนหากแพทย์สั่งยา อย่าหยุดยาเองเด็ดขาด ความดันที่คุมได้คือผลของยา ไม่ใช่การหายขาด
หลัก BE-FAST (สังเกตเส้นเลือดสมองแตก/ตีบ)
หากพบอาการเหล่านี้ ต้องโทร 1669 ทันที ทุกนาทีที่ผ่านไปคือเซลล์สมองที่สูญเสีย:
B Balance: เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ เวียนศีรษะฉับพลัน
E Eyes: ตามัว หรือมองไม่เห็นฉับพลัน ข้างเดียวหรือสองข้าง
F Face: ใบหน้าชา ปากเบี้ยว หน้าตกข้างเดียว ยิ้มไม่สุด
A Arms: แขนขาชาหรืออ่อนแรง ยกแขนสองข้างแล้วข้างหนึ่งตก
S Speech: พูดไม่ออก พูดไม่ชัด พูดสับสน หรือฟังคนอื่นไม่เข้าใจ
T Time: โทร 1669 หรือรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
FAQ — ความดันโลหิตสูงและเส้นเลือดในสมองแตก
Q: ความดันโลหิตสูงหายขาดได้ไหม?
A: หากเกิดจากพฤติกรรม (อ้วน กินเค็ม ไม่ออกกำลัง) การแก้ไขพฤติกรรมอาจทำให้ความดันปกติโดยไม่ต้องพึ่งยา แต่ถ้าเป็นจากพันธุกรรมหรือเป็นมานาน มักต้องกินยาคุมตลอดชีวิต ถือว่าควบคุมได้ แต่ไม่หายขาด
Q: วัดความดันเองที่บ้านได้ไหม?
A: ได้และแนะนำให้ทำครับ เครื่องวัดแบบพันแขนมาตรฐานหาซื้อได้ง่าย ควรวัดท่านั่ง พักก่อนวัด 5 นาที (วัด 2 ครั้งห่างกัน 1-2 นาทีเพื่อหาค่าเฉลี่ย) หากค่าสูงกว่า 140/90 ติดต่อกัน 2-3 วัน ควรพบแพทย์
Q: ความดันสูงแค่ช่วงเครียด ต้องรักษาไหม?
A: ความดันขึ้นชั่วคราวตอนเครียดเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าสูงเกือบทุกครั้งที่วัด หรือ สูงแม้ในขณะพักผ่อน นั่นคือสัญญาณอันตราย อย่าใช้ความเครียดเป็นข้ออ้างปล่อยทิ้งไว้ครับ
Q: กินยาความดันแล้วรู้สึกดีขึ้น หยุดยาเองได้ไหม?
A: ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด ความดันที่คุมได้คือผลของยา การหยุดยาเองอาจทำให้ความดันพุ่งสูงฉับพลัน เสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตกทันที หากต้องการปรับยาต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งเท่านั้น
Q: ความดันสูงกับเส้นเลือดในสมอง แตกต่างจากเส้นเลือดอุดตันไหม?
A: โรคหลอดเลือดสมองมี 2 แบบ คือ แตก (Hemorrhagic) มักเกิดจากความดันสูงโดยตรง และ อุดตัน (Ischemic) เกิดจากลิ่มเลือดอุดกั้น ทั้งคู่ต้องรักษาฉุกเฉิน และความดันสูงคือปัจจัยเสี่ยงหลักของทั้งสองโรค
Q: กินอาหารไทยอย่างไรให้ลดความเสี่ยง?
A: ไม่ต้องเลิกกินอาหารไทย แต่ปรับได้โดย: สั่งแยกน้ำปลา/ขอลดเกลือ เลี่ยงซุปก๋วยเตี๋ยวที่เค็มจัด เลือกปิ้ง/ต้ม/ย่างแทนทอด เพิ่มผักทุกมื้อ และงดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นประจำครับ
ความดันโลหิตสูงไม่ใช่โรคของ "คนแก่" อีกต่อไป คนอายุ 30 ต้นก็เป็นได้หากมีพฤติกรรมเสี่ยง สิ่งที่คุณทำได้ตั้งแต่วันนี้คือ "วัดความดัน" เพราะเป็นการกระทำที่ง่ายที่สุด แต่อาจช่วยชีวิตคุณได้จริงๆ 🛡️ "อย่าให้ระเบิดเวลาลูกนี้ต้องระเบิดก่อน คุณถึงจะรู้ว่ามันอยู่ที่นั่นมาตลอด"
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกอายุรกรรมทั่วไป
สถานที่
ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
08:00 - 20:00 น.
เบอร์ติดต่อ
053-582-888