เดินเร็ว vs วิ่ง แบบไหนดีต่อหัวใจและเบาหวานมากกว่ากัน
เดินเร็ว vs วิ่ง แบบไหนดีต่อหัวใจ?
รู้ลึกเรื่อง Heart Rate Zone ออกกำลังกายให้เป๊ะ คุมเบาหวานได้จริง
เดินเร็วแค่ไหนถึงเรียกว่า "เร็วจริง"
เดินเร็วที่ให้ผลด้านสุขภาพ ไม่ใช่การเดินเล่นชิลๆ แบบเดินดูของในห้าง แต่ต้องเป็นการเดินที่ทำให้หายใจถี่ขึ้นกว่าปกติ พูดคุยได้แต่ร้องเพลงไม่ไหว
ตัวเลขคร่าวๆ ที่ใช้วัดกันคือ ความเร็วประมาณ 5-6.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือถ้านับเป็นก้าว ควรอยู่ที่ราว 100 ก้าวต่อนาทีขึ้นไป ลองสังเกตง่ายๆ คือถ้าเดินแล้วยังคุยโทรศัพท์ได้สบายๆ เหมือนเดินปกติ นั่นแปลว่ายังไม่เร็วพอ
สิ่งที่บอกว่าการออกกำลังกายของเรา "ได้ผล" แค่ไหน คืออัตราการเต้นของหัวใจ เพราะคนสองคนเดินความเร็วเท่ากัน หัวใจอาจทำงานหนักไม่เท่ากันเลย ขึ้นอยู่กับอายุและความฟิต
เดินเร็ว เผาผลาญไขมัน
วิ่งเหยาะ แข็งแรงปอด-หัวใจ
วิ่งเร็ว เพิ่มความอึดสูงสุด
วิธีคำนวณ Max Heart Rate แบบง่ายๆ
สูตรที่ใช้กันทั่วไป เพื่อหาตัวเลขเพดานสูงสุดที่หัวใจควรเต้นได้ในภาวะออกแรงเต็มที่ คือ
(เช่น อายุ 30 ปี จะได้ Max Heart Rate ประมาณ 190 ครั้งต่อนาที - ไม่ใช่ตัวเลขที่ควรไปถึงบ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน)

โซนหัวใจ 5 โซน เลือกความหนักให้ถูกเป้าหมาย
Very Light & Fat Burn: การเดินเบาๆ ไปจนถึงเดินเร็ว ร่างกายจะดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานหลัก เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นออกกำลังกาย ต้องการลดน้ำหนัก หรือคูลดาวน์
Aerobic: การวิ่งเหยาะๆ หรือปั่นจักรยานต่อเนื่อง ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจและปอดแข็งแรงขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีเยี่ยม
Anaerobic & Max: การวิ่งเร็วหรือออกแรงสูงสุด ช่วยเพิ่มความอึด ขยายขีดจำกัดร่างกาย มักใช้ในนักกีฬา และไม่แนะนำสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้ฝึกฝน
โดยทั่วไป เดินเร็ว มักพาหัวใจไปอยู่โซน 2 ส่วน วิ่ง มักพาไปโซน 3-4 ซึ่งทั้งสองโซนนี้ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพียงแต่ให้ผลต่างกันคนละแบบ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม "โซน" ถึงสำคัญกว่ารูปแบบ
เดินเร็วกับวิ่ง ให้ผลต่างกันอย่างไร?
❤️ ผลต่อหัวใจ
การเดินเร็วอย่างสม่ำเสมอในโซน 2 ช่วยลดความดันและลด LDL ได้ใกล้เคียงกับการวิ่งในโซน 3 แต่วิ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจและปอด (ฟิตเนส) ได้ไวกว่า แลกมากับแรงกระแทกข้อเข่าที่มากกว่า
🩸 ผลต่อเบาหวาน
ทั้งคู่ช่วยลดภาวะดื้ออินซูลินได้ดี แต่ การเดินเร็วเพียง 10-15 นาทีหลังมื้ออาหาร ถูกพบว่าช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดที่กำลังพุ่งขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่วิ่งทันทีหลังอาหารอาจทำได้ยากกว่า
แล้วแบบไหนเหมาะกับใคร?
🦵 เพิ่งเริ่ม / มีปัญหาข้อเข่า
แนะนำ เดินเร็วในโซน 2 ก่อน เพราะแรงกระแทกน้อย ปรับตัวง่าย และคุมน้ำหนักได้ดี
🩺 ความดันสูง / ฟื้นฟูหัวใจ
ควรอยู่ใน โซน 1-2 เป็นหลัก และควรปรึกษาแพทย์ก่อนขยับไปโซนที่สูงขึ้น
🏃 แข็งแรงอยู่แล้ว
หากอยากฟิตเพิ่ม วิ่งในโซน 3 สลับโซน 2 จะช่วยพัฒนาหัวใจและปอดได้เร็วขึ้น
🛡️ ดูแลสุขภาพระยะยาว
ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เดินเร็ววันธรรมดา สลับวิ่งเบาๆ สัปดาห์ละ 1-2 วัน ก็เป็นสูตรที่ยั่งยืน
3 สเต็ปง่ายๆ สำหรับการออกกำลังกายที่ปลอดภัย
ถาม-ตอบ คลายข้อสงสัยเรื่องการเดินและวิ่ง
ไม่ว่าจะเลือกเดินเร็วหรือวิ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอ หากมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจหรือความดัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายใหม่ เพื่อวางแผนความหนักให้เหมาะกับร่างกายของตัวเอง
ตรวจประเมินความพร้อมของร่างกาย
ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ และเบาหวานอย่างปลอดภัยที่ รพ.พริ้นซ์ ลำพูน ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายใหม่ เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนของคุณ
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกตรวจสุขภาพ
สถานที่
ชั้น 3 โรงพยาบพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
08:00 - 16:00 น.
เบอร์ติดต่อ
053-582-888
