Header

สาเหตุ อาการ ความเสี่ยงโรคหัวใจ (Heart Disease)

blank แผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน

สาเหตุ อาการ ความเสี่ยงโรคหัวใจ (Heart Disease) | โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน

โรคหัวใจคืออะไร?

โรคหัวใจ (Heart Disease) เป็นภาวะที่มีผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ โดยเกิดจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นในส่วนต่าง ๆ ของหัวใจ ซึ่งมีอาการและลักษณะที่แตกต่างกันไปในแต่ละชนิดของโรคหัวใจ โดยสามารถแบ่งกลุ่มโรคหัวใจได้เป็นหลายประเภท เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงหรือหนาตัวผิดปกติทางพันธุกรรม โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดช้าหรือเร็ว โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคติดเชื้อบริเวณเยื่อบุหรือลิ้นหัวใจ เป็นต้น

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่หากสงสัยว่าเป็นโรคหัวใจ?  

หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที:
- เจ็บหน้าอก
- หายใจลำบากหรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ
- วิงเวียนหรือเป็นลม

การตรวจพบโรคหัวใจตั้งแต่ระยะแรก ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีประวัติครอบครัวที่เป็นโรคหัวใจ การเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจสอบและรับคำปรึกษาเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ.

อาการของโรคหัวใจ

อาการของโรคหัวใจแตกต่างกันไปตามส่วนของหัวใจที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภท ดังนี้:

  • โรคหลอดเลือดหัวใจ: ผู้ป่วยมักรู้สึกเจ็บหรือแน่นหน้าอก อาการอาจร้าวไปถึงกราม แขน ลำคอ ท้อง หรือหลังได้ นอกจากนี้ อาจมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หรือหมดสติในบางกรณี
  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Heart Arrhythmias): หัวใจอาจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ผู้ป่วยอาจรู้สึกใจสั่น เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หรือมีอาการคล้ายจะเป็นลม
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiomyopathy): อาการเบื้องต้นคือเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม โดยจะรุนแรงขึ้นเมื่อออกแรงมาก ในกรณีรุนแรง อาจมีอาการบวมตามแขน ขา หนังตา อ่อนเพลีย นอนราบไม่ได้ และมีอาการไอในช่วงกลางคืน
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Defects): เกิดตั้งแต่ทารกในครรภ์ อาจแสดงอาการตั้งแต่แรกเกิดหรือภายหลัง โดยอาการจะต่างกันไปตามความรุนแรงของโรค เช่น เหนื่อยง่ายเมื่อออกกำลังกาย หรือทารกที่มีอาการรุนแรงอาจเลี้ยงไม่โต และเหนื่อยขณะให้นม
  • โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ (Valvular Heart Disease): ลิ้นหัวใจทำหน้าที่เปิด-ปิดเพื่อให้เลือดไหลในทิศทางเดียว ความผิดปกติที่ลิ้นหัวใจอาจไม่มีอาการชัดเจน หรืออาจมีอาการเหนื่อยง่าย หากอาการรุนแรงอาจทำให้หัวใจวายหรือน้ำท่วมปอด
  • โรคติดเชื้อที่หัวใจ (Heart Infection): การติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจ (Endocardium) อาจทำให้เกิดอาการไข้เรื้อรัง อ่อนเพลีย หัวใจเต้นผิดปกติ หายใจหอบเหนื่อย ไอเรื้อรัง บวมที่ขาหรือช่องท้อง และอาจพบผื่นหรือจุดตามผิวหนัง

สาเหตุของโรคหัวใจ

สาเหตุของโรคหัวใจแต่ละประเภทแตกต่างกันไปตามลักษณะของโรคนั้น ๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • โรคหลอดเลือดหัวใจ เกิดจากการสะสมของไขมันหรือแคลเซียมในหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลผ่านหลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ไม่เพียงพอ ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้เกิดโรคนี้รวมถึงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง น้ำหนักเกิน และการสูบบุหรี่
  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นภาวะผิดปกติของหัวใจที่มีอยู่ก่อนแล้ว หรือเกิดขึ้นใหม่จากปัจจัยอื่น เช่น การถูกไฟฟ้าช็อต การใช้ยาเสพติด หรือสารกระตุ้นอย่างแอลกอฮอล์และคาเฟอีน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจอื่น ๆ
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจ สาเหตุอาจมาจากหลายปัจจัย เช่น การไหลเวียนเลือดที่ลดลง การได้รับสารพิษ การติดเชื้อ และพันธุกรรม โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาเป็นผลจากกรรมพันธุ์และอายุ ส่วนโรคกล้ามเนื้อหัวใจแข็งตัวอาจเกิดจากภาวะธาตุเหล็กเกิน หรือผลจากการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีบำบัด
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เกิดจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ เช่น การใช้ยาเสพติดหรือสารบางชนิดในขณะตั้งครรภ์ การติดเชื้อของมารดา หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม
  • โรคลิ้นหัวใจ เกิดจากลิ้นหัวใจทำงานผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นมาตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดจากโรคแทรกซ้อน เช่น ไข้รูมาติก หรือเยื่อบุหัวใจอักเสบ
  • โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิต ซึ่งอาจเกิดจากการทำหัตถการทางการแพทย์หรือการใช้สารเสพติดที่ส่งผลให้หัวใจติดเชื้อ

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ

  • อายุ: เมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงต่อความเสียหายของหลอดเลือดแดงและการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหัวใจจะเพิ่มขึ้น
  • เพศ: ผู้ชายมีแนวโน้มเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากกว่า แต่ผู้หญิงจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นหลังหมดประจำเดือน
  • พันธุกรรม: หากครอบครัวมีประวัติการเป็นโรคหัวใจ โดยเฉพาะเมื่อพ่อแม่เป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย (ผู้ชายก่อน 55 ปี, ผู้หญิงก่อน 65 ปี) ความเสี่ยงของคุณก็จะเพิ่มขึ้น
  • การสูบบุหรี่: นิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัวและก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ทำลายเยื่อบุหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
  • การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม: อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เกลือ น้ำตาล และคอเลสเตอรอลสูง ทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ
  • ความดันโลหิตสูง: ความดันโลหิตที่ไม่สามารถควบคุมได้ทำให้หลอดเลือดแดงแข็งและหนาขึ้น ทำให้เกิดการตีบของหลอดเลือด
  • คอเลสเตอรอลในเลือดสูง: คอเลสเตอรอลชนิด LDL ที่สูงสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • โรคเบาหวาน: ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อโรคหัวใจ
  • โรคอ้วน: น้ำหนักเกินเพิ่มปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง
  • ขาดการออกกำลังกาย: การไม่ออกกำลังกายเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคอื่น ๆ เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง
  • ความเครียด: ความเครียดสามารถกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้เพิ่มโอกาสเกิดโรคหัวใจ


ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

สถานที่

เวลาทำการ

เบอร์ติดต่อ

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

การวินิจฉัยโรคหัวใจ และการรักษาโรคหัวใจ (Heart Disease)

การวินิจฉัยโรคหัวใจจะเริ่มจากการตรวจร่างกายและสอบถามประวัติสุขภาพของผู้ป่วยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงประวัติครอบครัว นอกเหนือจากการตรวจสอบเบื้องต้น

blank แผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
การวินิจฉัยโรคหัวใจ และการรักษาโรคหัวใจ (Heart Disease)

การวินิจฉัยโรคหัวใจจะเริ่มจากการตรวจร่างกายและสอบถามประวัติสุขภาพของผู้ป่วยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงประวัติครอบครัว นอกเหนือจากการตรวจสอบเบื้องต้น

blank แผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
เดินเร็ว vs วิ่ง แบบไหนดีต่อหัวใจและเบาหวานมากกว่ากัน

เปรียบเทียบเดินเร็วกับวิ่ง ผลต่อหัวใจ เบาหวาน พร้อมวิธีคำนวณ Heart Rate Zone แบบเข้าใจง่าย เลือกออกกำลังกายให้เหมาะกับตัวเอง

เดินเร็ว vs วิ่ง แบบไหนดีต่อหัวใจและเบาหวานมากกว่ากัน

เปรียบเทียบเดินเร็วกับวิ่ง ผลต่อหัวใจ เบาหวาน พร้อมวิธีคำนวณ Heart Rate Zone แบบเข้าใจง่าย เลือกออกกำลังกายให้เหมาะกับตัวเอง