มะเร็งเต้านม ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

มะเร็งเต้านม ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
มะเร็งเต้านมเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงทั่วโลกในอัตราที่สูงขึ้นทุกปี แม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าไปมาก แต่การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิต มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมให้มากขึ้น เพื่อป้องกันตัวเองและคนที่คุณรักก่อนจะสายเกินไป
มะเร็งเต้านมเกิดจากอะไร?
มะเร็งเต้านมเกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ในเนื้อเยื่อเต้านม ซึ่งสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ได้ โดยสาเหตุหลักของโรคนี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด แต่มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เกี่ยวข้อง เช่น:
- พันธุกรรม: หากมีคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งเต้านม โอกาสที่คุณจะเป็นก็เพิ่มขึ้น
- ฮอร์โมนและอายุ: ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หรือได้รับฮอร์โมนทดแทนเป็นเวลานาน มีความเสี่ยงสูงขึ้น
- ไลฟ์สไตล์: การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง สามารถเพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมได้
- ภาวะอ้วน: ไขมันส่วนเกินสามารถกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรค
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
หลายครั้งผู้ป่วยมะเร็งเต้านมไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังเผชิญกับโรคนี้ จนกระทั่งมันลุกลามไปมากแล้ว ดังนั้น ควรสังเกตอาการผิดปกติของเต้านม ได้แก่:
- คลำเจอก้อนเนื้อบริเวณเต้านมหรือรักแร้
- เต้านมมีขนาดหรือรูปร่างเปลี่ยนแปลง
- หัวนมบุ๋มหรือมีของเหลวผิดปกติไหลออกมา
- ผิวหนังเต้านมเปลี่ยนแปลง เช่น เป็นรอยแดงหรือขรุขระคล้ายเปลือกส้ม
- มีอาการเจ็บหรือรู้สึกไม่สบายบริเวณเต้านมโดยไม่มีสาเหตุ หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจวินิจฉัย
วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
การตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะแรกสามารถช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มากถึง 90% โดยมีวิธีการตรวจที่สำคัญ ได้แก่:
- การตรวจเต้านมด้วยตนเอง: ควรทำเป็นประจำทุกเดือนหลังจากมีประจำเดือนประมาณ 7-10 วัน
- การตรวจโดยแพทย์: ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง
- แมมโมแกรม (Mammogram): เป็นการเอกซเรย์เต้านมที่ช่วยตรวจหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แนะนำให้ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปตรวจทุกปี
- อัลตราซาวด์เต้านม (Ultrasound): ใช้ร่วมกับแมมโมแกรมในกรณีที่มีเนื้อเยื่อเต้านมหนาแน่น
- การตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy): หากพบก้อนเนื้อที่น่าสงสัย แพทย์อาจตัดชิ้นเนื้อไปตรวจเพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
แนวทางการรักษามะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านมมีแนวทางการรักษาหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสุขภาพของผู้ป่วย โดยมีวิธีหลัก ๆ ดังนี้:
- การผ่าตัด: เพื่อนำก้อนเนื้อหรือเต้านมออกทั้งหมด
- การฉายรังสี: ใช้รังสีพลังงานสูงทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่
- การให้เคมีบำบัด (คีโม): ใช้ยาเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็ง
- การรักษาด้วยฮอร์โมน: สำหรับมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเอสโตรเจน
- การรักษาแบบมุ่งเป้า: ใช้ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็ง
ป้องกันมะเร็งเต้านมได้อย่างไร?
แม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันมะเร็งเต้านมได้ 100% แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถลดความเสี่ยงได้ เช่น:
✅ ออกกำลังกายเป็นประจำ
✅ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
✅ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้และอาหารที่มีไฟเบอร์สูง
✅ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่
✅ ตรวจสุขภาพเต้านมเป็นประจำ
มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่สามารถตรวจพบและรักษาได้หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ การใส่ใจสุขภาพและเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่าปล่อยให้ความกลัวหรือความละเลยทำให้คุณต้องเผชิญกับความสูญเสีย เริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป
"หากมีคำถาม หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษา กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง"
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง
ศูนย์อายุรกรรมโรคมะเร็ง
สถานที่
ชั้น 1 โรงพยาบาลพริ้นซ์ ลำพูน
เวลาทำการ
17.00 - 20.00 น. (ทุกวันพุธ)
เบอร์ติดต่อ
053-582-888